 |
| รูปที่ 4 แสดงโครงสร้างของเอกสาร |
โครงสร้างของเอกสาร XML ประกอบด้วย
1. ส่วนแรก (Prolog) ในส่วนนี้
จะประกอบด้วย
- XML declaration เป็นการประกาศให้รู้ว่าเอกสารนี้คือ
XML และเป็นการประกาศเวอร์ชันของ XML (ในตัวอย่างเป็นเวอร์ชัน
1.0) การใส่ค่า XML declaration จะประกาศหรือไม่ประกาศก็ได้
แต่ควรมีข้อกำหนดนี้ในเอกสาร
- บรรทัดว่าง เพื่อช่วยให้เอกสารน่าอ่านขึ้น
ตัวประมวลผลของ XML (XML Processor)
จะข้ามและ ไม่นำบรรทัดว่างเหล่านั้นมาประมวลผล
- หมายเหตุ (Comment) เพื่อให้สามารถพิมพ์ข้อความที่ต้องการ
อาจเป็นข้อความ ที่ใช้อธิบายจุดประสงค์ของเอกสาร
เป็นต้น จะมีหรือไม่มีก็ได้ เช่นเดียวกันกับบรรทัดว่าง
ตัวประมวลผลของ
XML จะข้ามและไม่นำหมายเหตุมาประมวลผล
2. ส่วนที่สอง (Document element)
ในส่วนที่สองเรียกว่า
Document element หรือ Root element ซึ่งสามารถบรรจุ
Element เพื่อเติม ในเอกสาร XML ได้ ในเอกสาร XML นั้น
Element จะแสดงลักษณะโครงสร้างของเอกสาร
และแสดงส่วนประกอบของเนื้อหาเอกสารอยู่ภายใน จากรูปที่ 4 เป็นตัวอย่างของการ
%%% ข้อมูลใน Book Element ซึ่งประกอบด้วย TITLE, AUTHOR,
PRICE
Element
สัญลักษณ์ Element ประกอบด้วยแท๊กเริ่มต้น (Start-tag),
เนื้อหาภายใน Element และแท๊กปิดท้าย (End-tag) เนื้อหาภายใน
Element สามารถ %%% ข้อมูลหรือ Element
อื่นๆ ที่ซ้อนอยู่ภายในหรือทั้งสองแบบ
 |
| รูปที่ 5 แสดงส่วนประกอบของ
Element |
จากรูปที่ 4 จะเห็นว่า Document
Element คือ INVENTORY ซึ่งเริ่มต้นแท๊กด้วย <INVENTORY> และปิดท้ายด้วยแท๊ก </INVENTORY> ส่วน
%%% ภายใน คือ BOOK Element
ใน BOOK Element แต่ละส่วน สามารถมีชุด Element ซ้อนไว้ภายในได้อีก
Attributes
ลักษณะของการกำหนด Attributes ในเอกสาร
XML จะมีลักษณะเดียวกับ HTML โดยมีการกำหนด Attribute ในส่วน
Start-tag
Attributes ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูล แต่ถูกใช้เพื่อเป็นส่วนอธิบายเพิ่มเติมให้กับ
Element แต่ละตัว ในเอกสาร HTML
<IMG SRC=computer.gif>
จะเห็นว่า SRC คือ Attributes ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้อธิบายให้กับ Element IMG
ในเอกสาร XML สามารถเขียนได้เป็น
<file type=gif>computer.gif</file>
ค่าของ Attributes จะอยู่ในเครื่องหมายคำพูด (
) จากตัวอย่าง
File คือ Element หนึ่ง ซึ่งมี Attributes ชื่อ type ซึ่งเป็นส่วนอธิบายว่าไฟล์นี้
%%% เป็นชนิดใด ดังในตัวอย่าง มีรูปแบบเป็นรูปภาพ (type=gif)
ตัวอย่างการใช้งาน Element ร่วมกับ Attributes
แบบที่ 1 :
<person sex=female>
<firstname>Anna</firstname>
<lastname>Smith</lastname>
</person>
แบบที่ 2 :
<person>
<sex>female</sex>
<firstname>Anna</firstname>
</person>
จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่า การสร้าง Element ไม่จำเป็นต้องใส่
Attributes ได้ |